<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SawanPark Blog</title>
	<atom:link href="http://www.sawanpark.com/blog/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.sawanpark.com/blog</link>
	<description>My Gadget My Tip My Town &#38; My Story ... From Lightty ^^!</description>
	<lastBuildDate>Wed, 01 Jul 2009 23:12:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>ศัพท์หมู</title>
		<link>http://www.sawanpark.com/blog/?p=251</link>
		<comments>http://www.sawanpark.com/blog/?p=251#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2009 14:54:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lightty ^^</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิชาย]]></category>
		<category><![CDATA[ศัพท์หมู]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือน่าอ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sawanpark.com/blog/?p=251</guid>
		<description><![CDATA[หายไปนานกับการแนะนำหนังสือน่าอ่าน อาทิตย์ละเล่มของผมเลยกลายเป็น สามเดือนเล่มดังคำทำนายของ เกียเพื่อนผม ฮ่าๆ จริงๆ อ่านอยู่หลายเล่มนะ แต่ไม่มีแรงจูงใจในการเขียน Blog ผู้ใดที่ว่าเขียน Blog ง่าย แต่ผมว่ายาก ฉะนั้นนับถือจริงๆ เจ้าของ Blog ที่ Update เนื้อหาของตนอยู่บ่อยๆ ตั้งต้นกันใหม่ ถือฤกษ์วันนี้ วันที่ 1 กรกฎาคม เริ่มต้นซะเลย (มรึงเริ่มต้นมากี่ครั้งแล้วเนี่ย ฮ่าๆ) งวดนี้ไม่จั่วหัวว่าอาทิตย์ละเล่มละ จะได้ไม่กดดันตัวเอง เอาเป็นว่ามีเวลา +  มีอารมณ์ + มีแรงกระตุ้น (โอ๊ะเยอะจริงโว๊ย) ค่อยเขียนละกัน ศัพท์หมู พ๊อกเกตบุ๊คเสริมสร้างความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษเล่มนี้ ขอบอกว่าผมอ่านบ่อยมากตอนเข้าส้วม ยิ่งถ่ายหนักยิ่งได้ความรู้ (อันนี้เลียนแบบแฟนผมมาเลย) จนบัดนี้ก็ยังอ่านไม่จบ เพราะอ่านได้เรื่อยๆ เนื้อหาเป็นคำ 12 ศัพท์หมูๆ เช่า Man , Name, Know, Kick , No , [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หายไปนานกับการแนะนำหนังสือน่าอ่าน อาทิตย์ละเล่มของผมเลยกลายเป็น สามเดือนเล่มดังคำทำนายของ เกียเพื่อนผม ฮ่าๆ จริงๆ อ่านอยู่หลายเล่มนะ แต่ไม่มีแรงจูงใจในการเขียน Blog ผู้ใดที่ว่าเขียน Blog ง่าย แต่ผมว่ายาก ฉะนั้นนับถือจริงๆ เจ้าของ Blog ที่ Update เนื้อหาของตนอยู่บ่อยๆ<span id="more-251"></span></p>
<p>ตั้งต้นกันใหม่ ถือฤกษ์วันนี้ วันที่ 1 กรกฎาคม เริ่มต้นซะเลย (มรึงเริ่มต้นมากี่ครั้งแล้วเนี่ย ฮ่าๆ) งวดนี้ไม่จั่วหัวว่าอาทิตย์ละเล่มละ จะได้ไม่กดดันตัวเอง เอาเป็นว่ามีเวลา +  มีอารมณ์ + มีแรงกระตุ้น (โอ๊ะเยอะจริงโว๊ย) ค่อยเขียนละกัน</p>
<p>ศัพท์หมู พ๊อกเกตบุ๊คเสริมสร้างความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษเล่มนี้ ขอบอกว่าผมอ่านบ่อยมากตอนเข้าส้วม ยิ่งถ่ายหนักยิ่งได้ความรู้ (อันนี้เลียนแบบแฟนผมมาเลย) จนบัดนี้ก็ยังอ่านไม่จบ เพราะอ่านได้เรื่อยๆ เนื้อหาเป็นคำ 12 ศัพท์หมูๆ เช่า Man , Name, Know, Kick , No , Make และอื่นๆ ที่ผมยกตัวอย่างผ่านมา ถ้าคุณไม่รู้ว่าแต่ละคำแปลว่าอะไร แนะนำให้ไปเรียนอนุบาลใหม่เลย ฮ่าๆ แต่ไอ้คำง่ายๆ พวกนี้ เมื่อผสมกับอื่น กลับมีความหมายที่แตกต่างออกไป ซึ่ง 70% ผมไม่รู้ แถมผู้เขียนยังมีมุขมากมาย ในการเล่าเรื่องหรือ เล่นคำทำให้ผมจำได้ไม่ยาก ไม่ได้มาโฆษณานะครับ ท่านไหนสนใจลองไปเปิดๆ ดู ครับ อ่านง่ายถ่ายคล่อง เฮ้ย!</p>
<p>ขอบคุณ คุณภูมิชาย บุญสินสุข ผู้เขียนศัพท์หมู &#8220;12 คำหมู นำไปสู่ 300 สำนวนพูดง่าย สบายปาก&#8221; ที่ทำให้ผม ได้ความรู้ภาษาอังกฤษแม้ในขณะอึ ขอบคุณมากๆ ครับ</p>
<div id="attachment_256" class="wp-caption alignnone" style="width: 250px"><img class="size-full wp-image-256" title="ศัพท์หมู" src="http://www.sawanpark.com/blog/wp-content/uploads/2009/07/image.gif" alt="ศัพท์หมู" width="240" height="354" /><p class="wp-caption-text">ศัพท์หมู</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sawanpark.com/blog/?feed=rss2&amp;p=251</wfw:commentRss>
		<slash:comments>58</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาทิตย์ละเล่มกับ &#8220;นอกกรอบ ไม่ นอกเกม&#8221;</title>
		<link>http://www.sawanpark.com/blog/?p=242</link>
		<comments>http://www.sawanpark.com/blog/?p=242#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Mar 2009 08:42:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lightty ^^</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Book]]></category>
		<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Differentiate]]></category>
		<category><![CDATA[innovation]]></category>
		<category><![CDATA[นอกกรอบ ไม่ นอกเกม]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือน่าอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[หลักการตลาด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sawanpark.com/blog/?p=242</guid>
		<description><![CDATA[สัปดาห์ที่ 11 กับหนังสือ น่าอ่านอีกเล่มหนึ่งที่ชื่อ &#8220;นอกกรอบ ไม่ นอกเกม&#8221; เล่มนี้จะออกแนว การตลาดล้วนๆ โดยรวมกลยุทธ์เด็ดของเหล่าผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่หลายค่าย มาเล่าให้ฟังถึงแนวคิด และแนวทาง นอกกรอบ ของ 13 ขุนพลดังนี้ &#8230;  1. คุณ พาที สารสิน ซีอีโออารมณ์ดี &#8220;นกแอร์&#8221; ปั้นความสำเร็จบนความแปลกและแตกต่าง Low cost Airline ที่แปลกแหวกแนว ตั้งแต่โลโก้ นกแอร์ ไปจนถึงบริการต่างๆ ที่ทำให้คู่แข่งต้องเหลียวมอง 2. คุณตัน ภาสกรนที เจ้าพ่อชาเขียว &#8220;คิดนอกกรอบแบบรู้จริง&#8221; กับคุณตันเนี่ยผมคุ้นเคยดี ฮ่า (ผมรู้จักลุงตัน แต่ลุงตันไม่รู้จักผม ฮ่า)  ก็เพราะเคยอ่าน ชีวิตนี้ไม่มีทางตัน หนังสืออีกเล่มที่น่าอ่าน ว่าคุณตันทำไงถึงได้มาเป็นเจ้าพ่อ ชาเขียวมาถึงทุกวันนี้ 3. ธนา เธียรอัจฉริยะ กับการถอดรหัสความคิด และกลยุทธ์ &#8220;มวยรอง&#8221; ดีแทค ครั้งหนึ่ง Dtac [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สัปดาห์ที่ 11 กับหนังสือ น่าอ่านอีกเล่มหนึ่งที่ชื่อ &#8220;นอกกรอบ ไม่ นอกเกม&#8221; เล่มนี้จะออกแนว การตลาดล้วนๆ โดยรวมกลยุทธ์เด็ดของเหล่าผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่หลายค่าย มาเล่าให้ฟังถึงแนวคิด และแนวทาง นอกกรอบ ของ 13 ขุนพลดังนี้ &#8230;<span id="more-242"></span></p>
<div id="attachment_243" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><img class="size-full wp-image-243" title="นอกกรอบ ไม่ นอกเกม" src="http://www.sawanpark.com/blog/wp-content/uploads/2009/03/p1003181.jpg" alt="หนังสือ นอกกรอบ ไม่ นอกเกม" width="300" height="400" /><p class="wp-caption-text">หนังสือ นอกกรอบ ไม่ นอกเกม</p></div>
<p> 1. คุณ พาที สารสิน ซีอีโออารมณ์ดี &#8220;นกแอร์&#8221; ปั้นความสำเร็จบนความแปลกและแตกต่าง<br />
Low cost Airline ที่แปลกแหวกแนว ตั้งแต่โลโก้ นกแอร์ ไปจนถึงบริการต่างๆ ที่ทำให้คู่แข่งต้องเหลียวมอง</p>
<p>2. คุณตัน ภาสกรนที เจ้าพ่อชาเขียว &#8220;คิดนอกกรอบแบบรู้จริง&#8221;<br />
กับคุณตันเนี่ยผมคุ้นเคยดี ฮ่า (ผมรู้จักลุงตัน แต่ลุงตันไม่รู้จักผม ฮ่า)  ก็เพราะเคยอ่าน ชีวิตนี้ไม่มีทางตัน หนังสืออีกเล่มที่น่าอ่าน ว่าคุณตันทำไงถึงได้มาเป็นเจ้าพ่อ ชาเขียวมาถึงทุกวันนี้</p>
<p>3. ธนา เธียรอัจฉริยะ กับการถอดรหัสความคิด และกลยุทธ์ &#8220;มวยรอง&#8221; ดีแทค<br />
ครั้งหนึ่ง Dtac เกือบต้องล้ม เมื่อไม่มีอะไรจะเสีย และความเป็นมวยรอง จนทำให้ต้องดิ้นและรอดแบบแตกต่าง</p>
<p>4. คุณศุภชัย เจียรวนนท์ แม่ทัพกลุ่มทรู เกี่ยวกับความคิด Convergence<br />
True ภายใต้ปีกของซีพี ว่าทำไมต้อง Convergence</p>
<p>5. คุณชาลอต โทณวณิก ที่เปลี่ยนแบงก์กรุงศรี กับ Concept &#8220;Entertainment Banking&#8221;<br />
แบงก์กรุงศรีกับโฉมใหม่ เล่นกับ ไลฟ์สไตล์ ของลูกค้าทุกระดับ</p>
<p>6. คุณมิ่วขวัญ แสงสุวรรณ พลิกฟื้นช่อง 9 สู่ &#8220;โมเดิร์นไนน์ ทีวี&#8221;<br />
เห็นกันชัดๆ ว่าเมื่อก่อน ช่อง 9 เป็นอย่างไร และปัจจุบันเปลี่ยนไปแค่ไหน</p>
<p>7. คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ซีอีโอหญิงของโตชิบา<br />
องค์กรเก่าแก่ถึง 130+ ปี ยังคงอยุ่และยังแข่งแกร่ง พร้อมสร้างความเติบโตแบบยั่งยืน</p>
<p>8. คุณบุญเกียรติ โชควัฒนา กับ ทฤษฎีคิดบวก วิธีรับมือเศรษฐกิจ<br />
คิดบวกและ รู้จริง ของเจ้าสัวโชควัฒนา เครือสหพัฒนพิบูล</p>
<p>9. คุณวิชา พูลวรลักษณ์ King of cinema ราชาเมเจอร์ซินีเพล็กซ์<br />
เป็นมากกว่าโรงหนัง กับความคิดแนวๆ ที่ตรง และวิเคราะห์มาอย่างมีระบบ</p>
<p>10. คุณนิธิ ภัทรโชค แห่งปูนซีเมนต์ไทย พลิกโฉมวัฒนธรรมองค์กร ก้าวเข้าสู่ นวัตกรรม<br />
เครือปูนซิเมนต์ กับ นวัตกรรม โปรเจ็คระยะยาวที่น่าติดตาม</p>
<p>11. คุณศุภจี สุธรรมพันธ์ Inovation ของ IBM <br />
อินโนเวชั่นในทุกๆ ด้าน เพื่อฉีกตัวเองให้ออกจากการแข่งขันแบบเดิมๆ</p>
<p>12. คุณสรณ์ จงศรีจันทร์ กับ บัญญัติ 9 ประการ &#8220;แปลง Insight ลูกค้ามาสู่ Trend&#8221;<br />
Concetp เด็ดๆ กับสิ่งที่เรียกว่า Trend ความนิยม ไลฟ์สไตล์ มองให้ออกอย่างรู้จริง</p>
<p>13. คุณเมธา จันทร์แจ่มจรัส ปฎิวัติเทรนด์อสังหาฯ กับปรากฎการ Condo One<br />
เทรนอสังหาในยุคใหม่ ยุคที่ต้องการ อิสระ มีสไตล์ และมี ดีไซน์</p>
<p>อ่านจบถึงกะมึน ฮ่าๆ แต่ก็เป็นหนังสือเสริมสร้างความรู้ ทางการตลาด เล่มหนึ่งที่น่าอ่าน โดยส่วนตัว ผมมีความเชื่อ ในเรื่องของ หลักการตลาดเกี่ยวกับ Differentiate หรือ การสร้างความแตกต่าง ส่วน Inovation หรือ นวัตกรรม มันเป็นสิ่งที่ต้องมาด้วยกัน ถ้าท่านสามารถสร้างความแตกต่างทางความคิด ที่มีการสร้างสรรค์ Creative มาอย่างมีเหตุผล และเป็นระบบ มันก็น่าจะช่วยให้ท่านมีพลังที่จะกระโดดออกจากคู่แข่งได้อย่างไม่ยาก</p>
<p>สรุปๆ เดี๋ยวสาระจะมากไป ฮ่า ลองไปหาอ่านกันดูครับ อาจะทำให้ท่านกรอบนอก นุ่มใน อย่างพวกเขาก็ได้ (มันเกี่ยวอะไรกันฟระ!)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sawanpark.com/blog/?feed=rss2&amp;p=242</wfw:commentRss>
		<slash:comments>57</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาทิตย์ละเล่มกับ &#8220;ความสุขของกะทิ&#8221;</title>
		<link>http://www.sawanpark.com/blog/?p=228</link>
		<comments>http://www.sawanpark.com/blog/?p=228#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2009 12:48:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lightty ^^</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Book]]></category>
		<category><![CDATA[The Sea Write Award]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุขของกะทิ]]></category>
		<category><![CDATA[งามพรรณ เวชชาชีวะ]]></category>
		<category><![CDATA[ซีไรท์]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sawanpark.com/blog/?p=228</guid>
		<description><![CDATA[ห่างหายไปนานกับการเขียน Blog นี้ อุตสาห์จั่วหัวไว้ซะหรูว่าจะเขียนทุกอาทิตย์ หรือ ทุกสัปดาห์ แต่เขียนไปไม่กี่ตอนก็ล่มซะแล้ว อิ อิ ขี้เกียจอย่างไม่มีข้อแก้ตัว ไม่เป็นเริ่มกันใหม่ละกัน เริ่มต้น ณ. สัปดาห์ที่ 10 ของปีนี้ กับ &#8220;ความสุขของกะทิ&#8221; (สัปดาห์ที่ 1-9 อย่าไปถามถึงมัน ฮ่า)  ช่วงเทศกาลปีใหม่ ผมได้ชวนแฟนไปดูหนัง เรื่องหนึ่ง &#8220;ความสุขของกะทิ&#8221; ได้ยินว่าเป็นเรื่องที่สร้างมาจาก หนังสือขายดี ได้รางวัลซีไรท์ ( The Sea Write Award) ซึ่งมารู้ตอนใกล้ๆ จะเข้าดูว่า เป็นเรื่องที่แต่งโดย พี่สาวนายก ของเรานี่เอง ภาพยนต์เรื่องนี้เป็นเรื่องราว ของ เด็กหญิงกะทิ (ถ้ามีลูก ตั้งชื่อนี้ก็น่ารักดีแฮะ) เด็กหญิงที่ใช้ชีวิตอยู่ กับ ตา และยาย อาศัยอยู่ต่างจังหวัด ในหนัง หลักๆเป็นการดำเนินชีวิตของน้องกะทิ ดูได้อย่างเพลินๆ มีมุขให้คนดูได้อมยิ้ม แต่ในทางกลับกันก็มีปมให้ คนดูชวนขมวดคิ้วให้คิด เกี่ยวกับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ห่างหายไปนานกับการเขียน Blog นี้ อุตสาห์จั่วหัวไว้ซะหรูว่าจะเขียนทุกอาทิตย์ หรือ ทุกสัปดาห์ แต่เขียนไปไม่กี่ตอนก็ล่มซะแล้ว อิ อิ ขี้เกียจอย่างไม่มีข้อแก้ตัว ไม่เป็นเริ่มกันใหม่ละกัน<span id="more-228"></span></p>
<p>เริ่มต้น ณ. สัปดาห์ที่ 10 ของปีนี้ กับ &#8220;ความสุขของกะทิ&#8221; (สัปดาห์ที่ 1-9 อย่าไปถามถึงมัน ฮ่า)</p>
<div id="attachment_234" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img class="size-full wp-image-234" title="ความสุขของกะทิ" src="http://www.sawanpark.com/blog/wp-content/uploads/2009/03/krati.jpg" alt="ความสุขของกะทิ" width="400" height="300" /><p class="wp-caption-text">ความสุขของกะทิ</p></div>
<p> ช่วงเทศกาลปีใหม่ ผมได้ชวนแฟนไปดูหนัง เรื่องหนึ่ง &#8220;ความสุขของกะทิ&#8221; ได้ยินว่าเป็นเรื่องที่สร้างมาจาก หนังสือขายดี ได้รางวัลซีไรท์ ( The Sea Write Award) ซึ่งมารู้ตอนใกล้ๆ จะเข้าดูว่า เป็นเรื่องที่แต่งโดย พี่สาวนายก ของเรานี่เอง</p>
<p>ภาพยนต์เรื่องนี้เป็นเรื่องราว ของ เด็กหญิงกะทิ (ถ้ามีลูก ตั้งชื่อนี้ก็น่ารักดีแฮะ) เด็กหญิงที่ใช้ชีวิตอยู่ กับ ตา และยาย อาศัยอยู่ต่างจังหวัด ในหนัง หลักๆเป็นการดำเนินชีวิตของน้องกะทิ ดูได้อย่างเพลินๆ มีมุขให้คนดูได้อมยิ้ม แต่ในทางกลับกันก็มีปมให้ คนดูชวนขมวดคิ้วให้คิด เกี่ยวกับ แม่ของกะทิ อยู่ที่ไหน ทำไม่ไม่อยู่กับน้องกะทิ เรื่องราวทั้งหมดก็ค่อยๆ เฉลย เผยออกมาโดยมีน้องกะทิเป็นคนดำเนินเรื่อง</p>
<p>พอดูหนังจบ ผมรู้สึกว่า อืม &#8230; มันก็เป็นเรื่องธรรมดาทั่วๆ ไป ดูแล้วก็มีบางช๊อตให้อมยิ้ม บางตอนก็เศร้า แต่รู้สึกยังไม่อิ่ม และก็คิดว่าเรื่องที่ได้รางวัลซีไรท์มันน่าจะดีกว่านี้นะ เหอๆ จำได้ว่าช่วงที่ไปดูตรงกับ วันเด็ก มีผู้ปกครองพาเด็กเล็กๆ มาดูหลายครอบครัว ขณะดูกลางๆ เรื่อง จำได้ว่า เด็กๆ หลับกันเป็นแถว ฮ่าๆ ผมยังคิดอยู่เลยว่า หนังแบบนี้เด็กดูท่าทางจะยาก เพราะแกคงชอบหนังสนุกๆ ตลกๆ มากกว่า</p>
<p>ดูหนังจบไปแล้ว แต่ความรู้สึกมันยังค้างคาอยู่ ไหนลองไปหาหนังสือมาอ่านดีกว่า ก็บังเอิญเพื่อนมี ดีเลยไม่ต้องซื้อ อิ อิ ยืมเพื่อนอ่านเอา อ่านได้แค่สิบกว่าหน้าก็รู้สึกแล้วว่า ในหนังสือมีรายละเอียด และให้ความรู้สึกโดยที่เรารับได้อย่างเต็มๆ</p>
<p>พอผมอ่านจบ ก็มีความรู้สึกชื่นชมงานเขียนของ คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ มากๆ ทึ่งในความสามารถไม่รู้ว่าแต่งได้ยังไง หนังสือเล่มเล็กบางๆ ใช้ภาษาที่เรียบง่าย แต่ให้ความหมายที่ลึกซึ้ง ให้จิตนาการที่เด่นชัด ไม่ได้เวอร์แต่รู้สึกแบบนี้จริงๆนะ ผมแนะนำให้อ่านเป็นอย่างยิ่ง เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย เด็กๆ อ่านจะยิ่งดี เรื่องนี้สอนอะไรเราได้เยอะครับ</p>
<p>ปล. รู้สึกเลยว่าการสร้างหนัง ให้ได้อรรถรสให้เท่าๆ กับตัวหนังสือมันยากเหลือเกิน ยังไงก็เอาใจช่วยหนังไทยละกันครับ สู้ๆ!</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sawanpark.com/blog/?feed=rss2&amp;p=228</wfw:commentRss>
		<slash:comments>13</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาทิตย์ละเล่มกับ &#8220;เรื่องเล่า คนล่าห่าน&#8221;</title>
		<link>http://www.sawanpark.com/blog/?p=220</link>
		<comments>http://www.sawanpark.com/blog/?p=220#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 16 Nov 2008 12:56:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lightty ^^</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Book]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sawanpark.com/blog/?p=220</guid>
		<description><![CDATA[อาทิตย์ที่ 46 ป่วยตลอดสัปดาห์เลยผม เริ่มจากน้องกุ้ง ต่อด้วยหวัดเลย ไม่-ฉะ-บาย กันยาวเลย เฮ้อ &#8230;เดี๋ยวหายคงต้องเริ่มออกกำลังกายกันใหม่ อากาศเย็นๆ แบบนี้น่านอน เฮ้ย น่าออกกำลังกายจริงๆ อาทิตย์นี้ก็หยิบหนังสือมาอ่านเล่มนึง ซื้อมาเมื่อ งานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมาครับ &#8220;เรื่องเล่า คนล่าห่าน&#8221; ฟังๆ ดูอาจจะเดาไม่ออกว่าเป็นหนังสืออะไร แต่ถ้าเป็นคนเล่นหุ้นน่าจะเคยอ่านหรือผ่านตามาบ้าง หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนเกี่ยวกับการเล่นหุ้น ไม่ได้ลงลึกเรื่องทฤษฎีหรือหลักการใดๆ หรือการวิเคราะห์ใดๆ แต่ออกแนวเชิงแนะนำ หรือให้ข้อคิด หรือยกตัวอย่างแบบเป็นรูปธรรม ให้คนที่เล่นหุ้น หรือคิดจะเล่นหุ้น เริ่มต้นได้อย่างรอบคอบและมีหลักการ มาในรูปแบบนิยายที่ทำให้คน ขี้เบื่อ ขี้เกียจอย่างผม อ่านจบนั่นดีนักแล แหะๆ ผู้เขียนคุณ โอฬาร ภัทรกอบกิตติ์ แชมป์แฟนพันธ์แท้ตลาดหุ้นไทย และ คุณนพรัตน์ เทพวิวัฒน์จิต อาจาร์ยมหาวิทยาลัยและนักลงทุน ได้ถ่ายทอดข้อคิดการลงทุนในหุ้น ออกมาในรูปแบบนิยาย เรื่องราวเกี่ยวกับ สองเสี่ย คือ เสี่ยอ๋า และ เฮียเซ่ง ที่มีสไตล์การเล่นหุ้นที่แตกต่างกัน คนหนึ่งเล่นอย่ามีหลักการ มีข้อมูล กับอีกคนหนึ่งเล่นตามกระแส [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อาทิตย์ที่ 46 ป่วยตลอดสัปดาห์เลยผม เริ่มจากน้องกุ้ง ต่อด้วยหวัดเลย ไม่-ฉะ-บาย กันยาวเลย เฮ้อ &#8230;เดี๋ยวหายคงต้องเริ่มออกกำลังกายกันใหม่ อากาศเย็นๆ แบบนี้น่านอน เฮ้ย น่าออกกำลังกายจริงๆ<span id="more-220"></span></p>
<p>อาทิตย์นี้ก็หยิบหนังสือมาอ่านเล่มนึง ซื้อมาเมื่อ งานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมาครับ &#8220;เรื่องเล่า คนล่าห่าน&#8221; ฟังๆ ดูอาจจะเดาไม่ออกว่าเป็นหนังสืออะไร แต่ถ้าเป็นคนเล่นหุ้นน่าจะเคยอ่านหรือผ่านตามาบ้าง หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนเกี่ยวกับการเล่นหุ้น ไม่ได้ลงลึกเรื่องทฤษฎีหรือหลักการใดๆ หรือการวิเคราะห์ใดๆ แต่ออกแนวเชิงแนะนำ หรือให้ข้อคิด หรือยกตัวอย่างแบบเป็นรูปธรรม ให้คนที่เล่นหุ้น หรือคิดจะเล่นหุ้น เริ่มต้นได้อย่างรอบคอบและมีหลักการ มาในรูปแบบนิยายที่ทำให้คน ขี้เบื่อ ขี้เกียจอย่างผม อ่านจบนั่นดีนักแล แหะๆ</p>
<p><img class="size-full wp-image-221 alignnone" title="เรื่องเล่าคนล่าห่าน" src="http://www.sawanpark.com/blog/wp-content/uploads/2008/11/stock.jpg" alt="" width="300" height="374" /></p>
<p>ผู้เขียนคุณ โอฬาร ภัทรกอบกิตติ์ แชมป์แฟนพันธ์แท้ตลาดหุ้นไทย และ คุณนพรัตน์ เทพวิวัฒน์จิต อาจาร์ยมหาวิทยาลัยและนักลงทุน ได้ถ่ายทอดข้อคิดการลงทุนในหุ้น ออกมาในรูปแบบนิยาย เรื่องราวเกี่ยวกับ สองเสี่ย คือ เสี่ยอ๋า และ เฮียเซ่ง ที่มีสไตล์การเล่นหุ้นที่แตกต่างกัน คนหนึ่งเล่นอย่ามีหลักการ มีข้อมูล กับอีกคนหนึ่งเล่นตามกระแส เสี่ยอ๋าผู้อ่อนด้อยประสบการณ์เลยเกือบเล่มจม แต่ก็ลุกขึ้นใหม่โดยมีเฮียเซ่งคอยเป็นพี่เลี้ยงนั่นเอง</p>
<p>ผมว่าหนังสือเล่นนี้นอกจากจะแนะนำการเล่นหุ้นอย่างรอบครอบแล้ว ยังสามารถนำไปปรับใช้กับการลงทุนแบบอื่นได้ ใครที่คิดจะเล่นหุ้นแนะนำเลยครับ ส่วนใครที่คิดจะเจอสูตรสำเร็จในการเล่นหุ้น เล่มนี้ไม่มีสูตรแบบนั้นครับ แถมยังไม่มีการคำนวณที่สลับซับซ้อนให้เวียนหัวอีกด้วย ออกแนวนิยายแบบนี้ อ่านง่าย อ่านเพลินอีกแล้วครับท่าน อิ อิ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sawanpark.com/blog/?feed=rss2&amp;p=220</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ย่อรูปๆ เดียว นอนโรงบาลเลยตรู!</title>
		<link>http://www.sawanpark.com/blog/?p=207</link>
		<comments>http://www.sawanpark.com/blog/?p=207#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 Nov 2008 06:44:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lightty ^^</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Story]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sawanpark.com/blog/?p=207</guid>
		<description><![CDATA[ผมเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลครับ ไม่ได้ไปเยี่ยมไข้ใคร ไม่ได้ไปแอบตรวจเอดส์! แต่ไปแอดมิดนอนให้น้ำเกลือมา 2 ขวด เพราะเกิดอาการแพ้ เผื่อขึ้นเต็มตัว ตัวบวมแบบเฉียบพลัน (จริงๆ ก็บวมอยู่ประจำวันอยู่แล้น หลายคนบอก ฮ่า) หลังจากไปวิ่งที่อุทยานสวรรค์ (หนองสมบูรณ์) เหตุเกิดเมื่อวานวันที่ 6 พ.ย. เวลาประมาณ 17.30 น. งานไม่มี ฝนไม่ตก ผมเลยไปวิ่งที่ หนองฯ วิ่งได้ประมาณ 2.5 กิโลเมตร (รอบนึงประมาณ 3.2 กิโลเมตร) รู้สึกเกิดอาการร้อนผ่าวที่หน้า และมีผื่นขึ้นเป็นเม็ดๆ ตามลำตัว แขน และคอ ผมเลยตัดสินใจเริ่งความเร็ว ฝีเท้า รีบกลับบ้านกะว่าไปแช่น้ำเย็นคงหาย เพราะเคยเป็น ระหว่างขับมอไซด์กลับบ้าน อาการเริ่มหนักขึน นอกจากจะผื่นขึ้นแล้ว ตาเริ่มพร่าแต่ก็ยังมองเห็น แล้วหัวใจเต้นเร็ว (เพราะเจอสาวน่ารักข้างๆ ขับมอไซด์อยู่ อ่ะเจ๊ย&#8230;) พอถึงบ้าน ก็รีบเอาน้ำลูบหน้า ถอดเสือ ผึ่งพัดลม กะให้อุณหภูมิลด แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น คราวนี้เริ่มปวดขมับ ตุ๊บๆ หน้าเริ่มมืด เริ่มจะมองอะไรไม่เห็นผมเลย ตะโกนเรียกแม่ น้องเลยแนะนำให้นอนราบกับพื้น (มันจะช่วยได้) แม่ผมเลยรีบขับรถพาไปโรงบาลปากน้ำโพ พอถึงก็เข้าห้องฉุกเฉิน แต่ตอนนั้นเริ่มทีจะมองอะไรเห็นบ้างแล้ว แต่ยังปวดขมับ หน้าซีด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลครับ ไม่ได้ไปเยี่ยมไข้ใคร ไม่ได้ไปแอบตรวจเอดส์! แต่ไปแอดมิดนอนให้น้ำเกลือมา 2 ขวด เพราะเกิดอาการแพ้ เผื่อขึ้นเต็มตัว ตัวบวมแบบเฉียบพลัน<span id="more-207"></span> (จริงๆ ก็บวมอยู่ประจำวันอยู่แล้น หลายคนบอก ฮ่า) หลังจากไปวิ่งที่อุทยานสวรรค์ (หนองสมบูรณ์)</p>
<p>เหตุเกิดเมื่อวานวันที่ 6 พ.ย. เวลาประมาณ 17.30 น. งานไม่มี ฝนไม่ตก ผมเลยไปวิ่งที่ หนองฯ วิ่งได้ประมาณ 2.5 กิโลเมตร (รอบนึงประมาณ 3.2 กิโลเมตร) รู้สึกเกิดอาการร้อนผ่าวที่หน้า และมีผื่นขึ้นเป็นเม็ดๆ ตามลำตัว แขน และคอ ผมเลยตัดสินใจเริ่งความเร็ว ฝีเท้า รีบกลับบ้านกะว่าไปแช่น้ำเย็นคงหาย เพราะเคยเป็น ระหว่างขับมอไซด์กลับบ้าน อาการเริ่มหนักขึน นอกจากจะผื่นขึ้นแล้ว ตาเริ่มพร่าแต่ก็ยังมองเห็น แล้วหัวใจเต้นเร็ว (เพราะเจอสาวน่ารักข้างๆ ขับมอไซด์อยู่ อ่ะเจ๊ย&#8230;) พอถึงบ้าน ก็รีบเอาน้ำลูบหน้า ถอดเสือ ผึ่งพัดลม กะให้อุณหภูมิลด</p>
<p>แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น คราวนี้เริ่มปวดขมับ ตุ๊บๆ หน้าเริ่มมืด เริ่มจะมองอะไรไม่เห็นผมเลย ตะโกนเรียกแม่ น้องเลยแนะนำให้นอนราบกับพื้น (มันจะช่วยได้) แม่ผมเลยรีบขับรถพาไปโรงบาลปากน้ำโพ พอถึงก็เข้าห้องฉุกเฉิน แต่ตอนนั้นเริ่มทีจะมองอะไรเห็นบ้างแล้ว แต่ยังปวดขมับ หน้าซีด ตัวร้อนจี๋ หน้าก็บวม ปากบวม แก้มตุ่ย ตาก็จะปิดเพราะบวมหนัก เหมือนโดเลมอนอุบาศก์จริงๆ เลยตรู  หมอเลยให้นอนพัก ฉีดยาแก้แพ้ วัดความดัน ปรากฎว่าความดันต่ำมากๆ หมอบอกการอย่างนี้ เข้าเรียกว่าช็อค ผมถามหมอว่าช็อคจริงอ่ะ เพราะยังคิดว่าตัวเองปกติดี เลยถามหมอต่อว่า ช๊อค แล้วต่อไปจะเป็นอะไรครับ หมอเลยบอกว่า ช๊อคแล้วก็จะมีสิทธ์ชัก อ่ะสิ T T หมอก็แนะนำให้นอนโรงพยาบาลให้น้ำเกลือ แล้วก็ถามอาการว่าไปกินไรมารึเปล่า จำได้ว่าก่อนวิ่ง ผมกินข้าวกระเพรากุ้งไข่ดาวไปจาน จะว่าแพ้ก็ไม่ใช่ เพราะไม่เคยแพ้อาหารทะเล กินกุ้งมาตลอด (ยกเว้นน้องกุ้ง ยังไม่เคย *-*)</p>
<p>เลยได้นอนโรงพยาบาล 1 คืน น้ำเกลือ 2 ขวด อิ่มเลย ส่วนผลการตรวจเลือด ตรวจคลื่นหัวใจ เบาหวาน เกล็ดเลือด x-ray ปอดด้วย (ไม่รู้เกี่ยวอะไร แต่หมอก็บอกว่าอยากดูเกี่ยวกับการหายใจ) ปกติทุกอย่าง หมอก็งงๆ เหมือนกัน แต่แนะนำให้ช่วงนี้งดอาหารทะเล และลองไปพบแพทย์เฉพาะทาง ดูว่าเกี่ยวกับที่กินกุ้งหรือเปล่า เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นพยาบาลก็มาเปลี่ยนน้ำเกลือให้อีกขวด จากนั้นหมอก็มาตรวจตอนสายๆ บอกว่าน้ำเกลือหมด ก็ให้กลับบ้านได้ (เลยแอบเร่งน้ำเกลือนิดนึง ให้หยดเร็วขึ้น จะได้อยากกลับบ้านไวๆ แต่ก็กลัวไม่คุ้มค่าน้ำเกลือ นี่ถ้ากระดกได้กระดกไปแร้น ฮ่า) เรื่องเป็นฉะนี้แล</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-208" title="นางกวัก" src="http://www.sawanpark.com/blog/wp-content/uploads/2008/11/comeon.jpg" alt="" width="288" height="433" /></p>
<p>พอกลับถึงบ้านก็มานึกๆ ดูว่าเมื่อวาน กินอะไรไปวะ หรือไปทำอะไรผิดที่ผิดทางหรือเปล่า ก็นึกได้ว่า เมื่อวานเพื่อนเกียร์วานให้ แก้เว็บ <a href="http://www.khonwanhandmade.com" target="_blank">Khonwanhandmade.com</a> อยากให้เพิ่มรูป นางกวักที่หน้าแรก ลูกค้าจะได้เยอะ (เออ คิดได้โว๊ย!) เพื่อนเกียร์ก็ส่งรูปให้ผมทางอีเมล์ ด้วยความที่รูปที่ส่งมาให้มีขนาดใหญ่มาก มันเลยบอกให้ผมย่อให้ด้วย แถมยังบอกว่า &#8220;ย่อให้หน่อยคงไม่บาปเนอะ ฮ่าๆ&#8221; ดูมันคิดได้อีกแล้ว! เอาได้เดี๋ยวจัดให้ ผมก็เปิด Image Ready แก้แป๊ปเดียวก็เสร็จ พอตอนเย็นก็ไปวิ่งก็เกิดเรื่องเนี่ยแหละ คราวหน้าสงสัยผมต้องจุดธูปไหว้เจ้าที่เจ้าทางเสียก่อนดีกว่า เพื่อความปลอดภัย -*-</p>
<p>ปล. ประสบการ์ณส่วนตัว โปรดใช้วิจารณญานในการอ่านด้วยจ้า เหอๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sawanpark.com/blog/?feed=rss2&amp;p=207</wfw:commentRss>
		<slash:comments>359</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาทิตย์ละเล่ม &#8220;EARN concept&#8221;</title>
		<link>http://www.sawanpark.com/blog/?p=200</link>
		<comments>http://www.sawanpark.com/blog/?p=200#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 05 Nov 2008 06:28:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lightty ^^</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Book]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sawanpark.com/blog/?p=200</guid>
		<description><![CDATA[อาทิตย์นี้ (45) มาแนวหนังสือ เกี่ยวกับการลงทุน EARN concept เคล็ดลับ &#8220;ความมั่งคั่ง&#8221; ผู้เขียนคุณ ธนภัทร์ รุ่งธนาภิรมย์ ซึ่งมีงานประจำเป็น สถาปนิก และเป็นนักลงทุน ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับลงทุนในหุ้นออกมาในแนวการ์ตูน เล่มนี้เลยอ่านแป๊ปเดียวจบ เพราะส่วนมากมีแต่ภาพ ฮ่า ประหลายใจนิดหน่อย ที่หน้าปกมีเขียนว่า (เนื้อหาสำหรับผู้อ่านอายุ 18 ปีขึ้นไป) หรือจะมี &#8230; แต่อ่านแล้วก็ไม่มีอะไรนี่! เรื่องราวก็เกี่ยวกับสาวสาวเพิ่งเรียนจบ มหาวิทยาลัยคนหนึ่ง ในเรื่องเรียนคณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี (ไม่รู้ ม.เดียวกับผมหรือเปล่า หึๆ) แต่จบมาไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการเงินสักเท่าไหร่เลย เป็นไปได้ไง เสียชื่อ อิ อิ พอจบมาก็เริ่มหางานทำ พร้อมกับตั้งปฎิธานว่าต้องการมีอิสระภาพทางการเงิน เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวจากการสูญเสียพ่อที่เป็นเสาหลักของบ้านไป จึงเริ่มทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง และก็โชคดีพบรุ่นพี่บริษัท ที่เป็นหนุ่มมาดเซอร์ เก่งเรื่องการลงทุน ได้แนะนำ + สอน เกี่ยวกับการลงทุนในหุ้น โดยใช้ EARN concept ให้กับเธอนั่นเอง ในหนังสือคำว่า EARN ที่แปลว่าได้กำไร มีที่มาแบบนี้ครับ E มาจากคำว่า Equity หรือ ส่วนของผู้ถือหุ้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อาทิตย์นี้ (45) มาแนวหนังสือ เกี่ยวกับการลงทุน EARN concept เคล็ดลับ &#8220;ความมั่งคั่ง&#8221; ผู้เขียนคุณ ธนภัทร์ รุ่งธนาภิรมย์ ซึ่งมีงานประจำเป็น สถาปนิก และเป็นนักลงทุน ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับลงทุนในหุ้นออกมาในแนวการ์ตูน <span id="more-200"></span>เล่มนี้เลยอ่านแป๊ปเดียวจบ เพราะส่วนมากมีแต่ภาพ ฮ่า</p>
<p>ประหลายใจนิดหน่อย ที่หน้าปกมีเขียนว่า (เนื้อหาสำหรับผู้อ่านอายุ 18 ปีขึ้นไป) หรือจะมี &#8230; แต่อ่านแล้วก็ไม่มีอะไรนี่!</p>
<p><img class="alignnone size-medium wp-image-201" title="EARN concept" src="http://www.sawanpark.com/blog/wp-content/uploads/2008/11/earn-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></p>
<p>เรื่องราวก็เกี่ยวกับสาวสาวเพิ่งเรียนจบ มหาวิทยาลัยคนหนึ่ง ในเรื่องเรียนคณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี (ไม่รู้ ม.เดียวกับผมหรือเปล่า หึๆ) แต่จบมาไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการเงินสักเท่าไหร่เลย เป็นไปได้ไง เสียชื่อ อิ อิ พอจบมาก็เริ่มหางานทำ พร้อมกับตั้งปฎิธานว่าต้องการมีอิสระภาพทางการเงิน เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวจากการสูญเสียพ่อที่เป็นเสาหลักของบ้านไป จึงเริ่มทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง และก็โชคดีพบรุ่นพี่บริษัท ที่เป็นหนุ่มมาดเซอร์ เก่งเรื่องการลงทุน ได้แนะนำ + สอน เกี่ยวกับการลงทุนในหุ้น โดยใช้ EARN concept ให้กับเธอนั่นเอง</p>
<p>ในหนังสือคำว่า EARN ที่แปลว่าได้กำไร มีที่มาแบบนี้ครับ</p>
<ul>
<li>E มาจากคำว่า Equity หรือ ส่วนของผู้ถือหุ้น</li>
<li>A มาจากคำว่า Asset หรือ ทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัท</li>
<li>R มาจากคำว่า Revenue หรือ รายได้ให้แก่บริษัท</li>
<li>N มาจากคำว่า Net Profit หรือ กำไรสุทธิ นั่นเอง</li>
</ul>
<p>นอกจากการ์ตูนจะวาดได้กวน + ขำๆ แล้วก็ยังสอดแทรก เรื่องเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้น การวิเคราะห์หุ้นแบบพื้นฐาน รู้จักอัตราส่วนทางการเงินต่างๆ (Financial Ratio) ได้อ่านเป็นการ์ตูนแบบนี้ทำให้นึกภาพออกแล้วก็เข้าใจได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจทั่วๆ ที่อยากรู้เรื่องหุ้น แบบว่าขี้เกียจอ่านหนังสือหนักๆ หรือมึนกับศัพท์ทางการเงินเยอะ เล่มนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี</p>
<p>ช่วงนี้ผมก็สนใจการลงทุนในหุ้นอยู่บ้าง กำลังระดมทุนอยู่ หุ หุ เลยต้องศึกษาเก็บไว้ก่อน ยังไม่พร้อมก็ยังไม่รบ อิ อิ หากใครมีหนังสือ เกี่ยวกับหุ้นที่อ่านง่ายๆ ก็แนะนำผมด้วยนะครับ (จริงๆ จบสายการเงิน แต่ลืมหมดแล้ว ไม่อยากบอกเลย อ๊ายอาย ฮ่า)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sawanpark.com/blog/?feed=rss2&amp;p=200</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาทิตย์ละเล่มกับ &#8220;The LAST LECTURE&#8221;</title>
		<link>http://www.sawanpark.com/blog/?p=189</link>
		<comments>http://www.sawanpark.com/blog/?p=189#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 02 Nov 2008 05:34:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lightty ^^</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Book]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sawanpark.com/blog/?p=189</guid>
		<description><![CDATA[อาทิตย์ที่ 44 กับหนังสือ Best Seller &#8220;The LAST LECTURE&#8221; ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เห็นคนอ่านกันเยอะ เลยอยากอ่านมั่ง พออ่านคำนำแล้วก็ตัดสินใจซื้อได้ไม่ยาก เพราะเนื้อหาน่าสนใจดีครับ หนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดจากเรื่องจริง ของ แรนดี เพาซ์  ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ที่เพิ่งทราบว่าตนเองเป็นมะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้าย ซึ่งเหลือเวลาเพียงแค่ 3-6 เดือนก่อนจากโลกนี้ไป และพอดีที่ศาสตราจารย์แรนดี ถูกเชิญไปพูดในหัวข้อ &#8220;เลคเชอร์ครั้งสุดท้าย&#8221; ซึ่งเป็นประเพณีปฎิบัติต่อๆ กันมา โดยอาจาร์ยที่มาพูด ถูกสมมติว่า หากตัวเองจะตายหรือใกล้ตาย มีอะไรที่อยากจะถ่ายทอด หรือแบ่งปันให้กับผู้อื่น หรือให้กับโลก กลับกลายเป็นว่าครั้งนี้มันเป็น เลคเชอร์ครั้งสุดท้ายของเขาจริงๆ กับหนังสือเล่มนี้ ผมสัมผัสได้ถึงความใจสู้ และ การมองโลกในแง่ดี (อย่างมาก) อ่านไปก็พาลให้คิดว่าถ้าเป็นเรา เราจะรับเรื่องราวแบบนี้ได้รึ และยิ่งศาสตราจารย์มี ภรรยา และ ลูกเล็กๆ อีกสามคน (ซึ่งแน่นอน หากลูกเขาโตขึ้น ลูกๆ อาจจะไม่รู้ว่าพ่อเป็นอย่างไร เป็นคนแบบไหน) ดังนั้นสิ่งที่เขาจะต้องทำยิ่งมากเป็นทวีคูณ นอกจากจะต้องสู้กับโรคร้าย เขายังต้องเตรียมหลักประกันให้กับครองครัวให้มีชีวิตอยู่ได้เมื่อปราศจากตัวเขา และเตรียมสิ่งที่บอกถึงความมีตัวตนของเขากับลูกๆ คำคม คติสอนใจ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อาทิตย์ที่ 44 กับหนังสือ Best Seller &#8220;The LAST LECTURE&#8221; ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เห็นคนอ่านกันเยอะ เลยอยากอ่านมั่ง พออ่านคำนำแล้วก็ตัดสินใจซื้อได้ไม่ยาก เพราะเนื้อหาน่าสนใจดีครับ หนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดจากเรื่องจริง ของ แรนดี เพาซ์<span id="more-189"></span>  ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ที่เพิ่งทราบว่าตนเองเป็นมะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้าย ซึ่งเหลือเวลาเพียงแค่ 3-6 เดือนก่อนจากโลกนี้ไป</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-191" title="The LAST LECTURE" src="http://www.sawanpark.com/blog/wp-content/uploads/2008/11/thelast.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p>และพอดีที่ศาสตราจารย์แรนดี ถูกเชิญไปพูดในหัวข้อ &#8220;เลคเชอร์ครั้งสุดท้าย&#8221; ซึ่งเป็นประเพณีปฎิบัติต่อๆ กันมา โดยอาจาร์ยที่มาพูด ถูกสมมติว่า หากตัวเองจะตายหรือใกล้ตาย มีอะไรที่อยากจะถ่ายทอด หรือแบ่งปันให้กับผู้อื่น หรือให้กับโลก กลับกลายเป็นว่าครั้งนี้มันเป็น เลคเชอร์ครั้งสุดท้ายของเขาจริงๆ</p>
<p>กับหนังสือเล่มนี้ ผมสัมผัสได้ถึงความใจสู้ และ การมองโลกในแง่ดี (อย่างมาก) อ่านไปก็พาลให้คิดว่าถ้าเป็นเรา เราจะรับเรื่องราวแบบนี้ได้รึ และยิ่งศาสตราจารย์มี ภรรยา และ ลูกเล็กๆ อีกสามคน (ซึ่งแน่นอน หากลูกเขาโตขึ้น ลูกๆ อาจจะไม่รู้ว่าพ่อเป็นอย่างไร เป็นคนแบบไหน) ดังนั้นสิ่งที่เขาจะต้องทำยิ่งมากเป็นทวีคูณ นอกจากจะต้องสู้กับโรคร้าย เขายังต้องเตรียมหลักประกันให้กับครองครัวให้มีชีวิตอยู่ได้เมื่อปราศจากตัวเขา และเตรียมสิ่งที่บอกถึงความมีตัวตนของเขากับลูกๆ</p>
<p>คำคม คติสอนใจ เรื่องราวชวนให้คิดในหนังสือเล่มนี้มีประโยชน์มาก การทำความฝันในวัยเด็กให้เป็นจริง ซึ่งอาจจะผลักดันทำให้เราพบกับความสุขการทำงานรวมถึงการดำรงชีวิต สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เราฉุกคิดว่า บางเรื่องถ้าทำก็ไม่ลำบากอะไร แต่ผลลัพธ์ของมันมหาศาล การเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี (อย่างมีเหตุผล) ไม่เพียงช่วยทำให้เรามีพลัง แต่มันยังให้พลังและแรงบันดาลใจกับคนอื่นได้อีกด้วย</p>
<p>ครู อาจาร์ย พ่อ แม่ แนะนำให้อ่านครับ นอกเหนือจากข้อคิดที่ได้ไป ยังมีเทคนิค อีกหลายๆ อย่างที่คุณสามารถนำไปใช้ กับ ลูกๆ หรือ ลูกศิษย์ ได้อย่างมีเหตุผลเลยทีเดียว</p>
<p>อันนี้ผมชอบเป็นพิเศษ</p>
<blockquote><p>ประสบการณ์เป็นสิ่งที่คุณได้เมื่อคุณไม่ได้ในสิ่งที่คุณต้องการ และประสบการณ์มักจะเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดที่คุณสามารถแบ่งปันให้กับผู้อื่นได้</p></blockquote>
<blockquote><p>โชคคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อการเตรียมตัวที่ดีเดินทางมาพบกับคำว่าโอกาส</p></blockquote>
<p>ปล. ขอบคุณพี่หนูดี (วนิษา เรซ) ที่แปลหนังสือเล่มนี้เป็นภาษาไทย (เพราะเป็นภาษาอังกฤษคงอ่านไม่จบ ฮ่า)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sawanpark.com/blog/?feed=rss2&amp;p=189</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาทิตย์ละเล่มกับ &#8220;iLife&#8221;</title>
		<link>http://www.sawanpark.com/blog/?p=160</link>
		<comments>http://www.sawanpark.com/blog/?p=160#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Oct 2008 13:38:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lightty ^^</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Book]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sawanpark.com/blog/?p=160</guid>
		<description><![CDATA[จ๊าก&#8230; อาทิตย์ที่ 43 แล้ว นาฬิกาทำไมหมุนไวจัง ยิ่งช่วงเวลาที่เรา Happy นี่มันยิ่งหมุนไวขึ้นไปอีก แปลกดีนะครับ อาทิตย์นี้ผมมากับหนัง อ่านเล่น เบาๆ สบายๆ (อีกแล้ว อิ อิ หนักๆ มันไม่คิดจะอ่านเลยใช่ไหม ฮ่า) เนื้อหาจะเกี่ยวข้องกับการใช้คอมพิวเตอร์-อินเตอร์เน็ทของวัยรุ่น วัยทำงาน และวัยที่รับการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะผมว่าวงการ IT มันมีการวิวิฒนาการที่รวดเร็วที่สุดแล้ว ยกเว้นราคาน้ำมัน แหะๆ หนังสือปกเขียวเล่มนี้ชื่อว่า &#8220;iLife เปลี่ยนชีวิตดิจิตอลให้เป็นเงิน&#8221; หน้าปกเป็นสาวคนหนึ่งนั่งเล่นโน๊ตบุ๊กของค่าย Apple อยู่ เนื้อหาหลักๆ จะเกี่ยวข้องกับการใช้งานคอมพิวเตอร์กับอินเตอร์เน็ท พูดถึง Blog , YouTube , Multiply , Social Network , Podcasts พาลไปถึงตัวอย่างผู้ที่ใช้เครื่องมือพวกนี้ในการ Make Money หรือว่าหาเงินได้นั่นเอง พวกศัพท์เทคนิคข้างต้น เช่น Blog หรือ Youtube ถ้าเป็นวัยรุ่นแน่นอนเค้ารู้อยู่แล้วครับ แต่ถ้ารุ่นพ่อรุ่นแม่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จ๊าก&#8230; อาทิตย์ที่ 43 แล้ว นาฬิกาทำไมหมุนไวจัง ยิ่งช่วงเวลาที่เรา Happy นี่มันยิ่งหมุนไวขึ้นไปอีก แปลกดีนะครับ อาทิตย์นี้ผมมากับหนัง อ่านเล่น เบาๆ สบายๆ (อีกแล้ว อิ อิ หนักๆ มันไม่คิดจะอ่านเลยใช่ไหม ฮ่า) เนื้อหาจะเกี่ยวข้องกับการใช้<span id="more-160"></span>คอมพิวเตอร์-อินเตอร์เน็ทของวัยรุ่น วัยทำงาน และวัยที่รับการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะผมว่าวงการ IT มันมีการวิวิฒนาการที่รวดเร็วที่สุดแล้ว ยกเว้นราคาน้ำมัน แหะๆ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-161" title="ilife-book" src="http://www.sawanpark.com/blog/wp-content/uploads/2008/10/ilife.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p>หนังสือปกเขียวเล่มนี้ชื่อว่า &#8220;iLife เปลี่ยนชีวิตดิจิตอลให้เป็นเงิน&#8221; หน้าปกเป็นสาวคนหนึ่งนั่งเล่นโน๊ตบุ๊กของค่าย Apple อยู่ เนื้อหาหลักๆ จะเกี่ยวข้องกับการใช้งานคอมพิวเตอร์กับอินเตอร์เน็ท พูดถึง Blog , YouTube , Multiply , Social Network , Podcasts พาลไปถึงตัวอย่างผู้ที่ใช้เครื่องมือพวกนี้ในการ Make Money หรือว่าหาเงินได้นั่นเอง พวกศัพท์เทคนิคข้างต้น เช่น Blog หรือ Youtube ถ้าเป็นวัยรุ่นแน่นอนเค้ารู้อยู่แล้วครับ แต่ถ้ารุ่นพ่อรุ่นแม่ หากไม่เคยได้ยินมากก่อนเลยชีวิตนี้ ก็ไม่ต้องเครียดครับ  เพราะวัยรุ่นบางคนมันก็ยังไม่รู้เลย ฮ่า</p>
<p>หนังสือเล่มนี้จึงเหมาะกับคนที่อยากรู้ว่า เดี๋ยวนี้เขาใช้อินเตอร์เน็ททำอะไรบ้าง ที่นอกเหนือไปจากการหาข้อมูล ดูเว็บ หรือเล่นเกมส์ เพราะพวกผู้ใหญ่รุ่นพ่อแม่ มักพาลคิดว่าเด็กเล่นคอม ก็คือการเล่นเกมส์ จริงๆ มันมีอะไรนอกจากนั้นครับ แต่อันนี้ก็อยู่ที่ตัวเด็กด้วยว่า เขาจะเสาะแสวงหาความรู้บนอินเตอร์เน็ทเป็นหรือเปล่า ถ้าเอาแต่นั่งเล่นเกมส์ , chat , ดูเว็บโป๊ อยากจะบอกว่าเสียชาติเกิด จริงๆ น้องเอ๋ย!</p>
<p>ถ้ายังนึกอะไรไม่ออก ผมมีตัวอย่างน้องคนนึงที่ทำ Blog ของตัวเอง <a href="http://www.mekz.net" target="_blank">www.mekz.net</a> ทีแรกเข้าไปชมแทบไม่เชื่อว่า น้องเมษอายุแค่ 13 ขวบเท่านั้นเองครับ หลายท่านอาจจะคิดว่า ทำแล้วได้อะไร ได้ตังเหรอ เสียเวลาเปล่ามั้ง ?? ผมจะบอกว่าเผลอๆ เสียตังด้วยครับ แต่เสียตังแล้วไม่โง่ครับ ประสบการณ์กับความรู้ที่ได้มันคุ้มค่า ถ้าตั้งใจเดี๋ยวของก็เข้าเอง o_O!</p>
<p>ปล. เสียดายที่หนังสือเล่มนี้มัน Basic ไปหน่อยครับ เนื้อหาต่างๆ ยังไม่โดนเท่าที่ควร เนื้อหากว้างๆ แบบนี้น่าจะเหมาะกับผู้สนใจทั่วๆไปมากกว่าครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sawanpark.com/blog/?feed=rss2&amp;p=160</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาทิตย์ละเล่มกับ “KAIJEAW PROJECT”</title>
		<link>http://www.sawanpark.com/blog/?p=139</link>
		<comments>http://www.sawanpark.com/blog/?p=139#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 Oct 2008 14:57:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lightty ^^</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Book]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sawanpark.com/blog/?p=139</guid>
		<description><![CDATA[อาทิตย์ที่ 42 กับพ๊อกเกตบุ๊ก ชิลลๆ KAIJEAW PROJECT (เห็นชื่อหนังสือก็ซื้อแล้วครับ เพราะผมชอบกินไข่เจียว เกี่ยวกันไม๊เนี่ย แหะๆ) Pocket Book เล่มนี้จะแปลกนิดนึง เพราะนำมาจากกระทู้จากยอดฮิตจากเว็บบอร์ด Pantip.com โดยผู้เขียนที่ใช้ ชื่อล็อกอินว่า Homosapang (น้องแป้ง) เล่าประสบการณ์มันๆ แกมน่ารัก ถึง 4 นิสิตสาว คณะสถาปัติจุฬา ที่ไม่ปล่อยเวลาให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่เกิดไอเดีย กิ๊บเก๋ ระดมทุนและระดมกำลังภายใน ไปขายข้าวไข่เจียว ช่วงวันหยุดสงกรานต์ ที่สีลม (ที่ทำงานเก่าผมเลยนะเนี่ย) สีลมเท่าที่ผมจำได้ ช่วงสงกรานต์ก็มีคนเล่นน้ำกันเยอะพอควร และก็น่าจะเยอะขึ้นเพราะเดี๋ยวนี้กรุงเทพหาที่เล่นน้ำยากเหลือเกิน ที่เห็นเล่นกันเยอะๆ ก็คงเป็น ตรอกข้าวสารและ สีลมเนี่ยแหละ ตอนผมเปิดอ่านคร่าวๆ ก็ชื่นชมในความกล้าของน้องๆ เค้าก่อนเลย เพราะเป็น ญ ล้วนแถมไปขายน้ำ ขายข้าวในดงสงกรานต์เนี่ยแหละ ไม่กลัวเปียก ไม่กลัวหนุ่มๆกันเลย เหอๆ น้องแป้งเล่าเรื่องราวได้น่ารักดี ภาษาที่ใช้ก็วัยรุ่น (วัยเดียวกับผมเลย หุ หุ) อ่านแล้วก็เพลิน แถมมีสาระอีกต่างหาก เรียกได้ว่าพ๊อกเก็ตบุ๊กเล่มนี้เป็น ตำราประเภท [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อาทิตย์ที่ 42 กับพ๊อกเกตบุ๊ก ชิลลๆ KAIJEAW PROJECT (เห็นชื่อหนังสือก็ซื้อแล้วครับ เพราะผมชอบกินไข่เจียว เกี่ยวกันไม๊เนี่ย แหะๆ) Pocket Book เล่มนี้จะแปลกนิดนึง เพราะนำมาจากกระทู้จากยอดฮิตจากเว็บบอร์ด <a href="http://www.pantip.com" target="_blank">Pantip.com</a> <span id="more-139"></span>โดยผู้เขียนที่ใช้ ชื่อล็อกอินว่า Homosapang (น้องแป้ง) เล่าประสบการณ์มันๆ แกมน่ารัก ถึง 4 นิสิตสาว คณะสถาปัติจุฬา ที่ไม่ปล่อยเวลาให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่เกิดไอเดีย กิ๊บเก๋ ระดมทุนและระดมกำลังภายใน ไปขายข้าวไข่เจียว ช่วงวันหยุดสงกรานต์ ที่สีลม (ที่ทำงานเก่าผมเลยนะเนี่ย)</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-142" title="kaijeaw" src="http://www.sawanpark.com/blog/wp-content/uploads/2008/10/kaijeaw.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p>สีลมเท่าที่ผมจำได้ ช่วงสงกรานต์ก็มีคนเล่นน้ำกันเยอะพอควร และก็น่าจะเยอะขึ้นเพราะเดี๋ยวนี้กรุงเทพหาที่เล่นน้ำยากเหลือเกิน ที่เห็นเล่นกันเยอะๆ ก็คงเป็น ตรอกข้าวสารและ สีลมเนี่ยแหละ ตอนผมเปิดอ่านคร่าวๆ ก็ชื่นชมในความกล้าของน้องๆ เค้าก่อนเลย เพราะเป็น ญ ล้วนแถมไปขายน้ำ ขายข้าวในดงสงกรานต์เนี่ยแหละ ไม่กลัวเปียก ไม่กลัวหนุ่มๆกันเลย เหอๆ</p>
<p>น้องแป้งเล่าเรื่องราวได้น่ารักดี ภาษาที่ใช้ก็วัยรุ่น (วัยเดียวกับผมเลย หุ หุ) อ่านแล้วก็เพลิน แถมมีสาระอีกต่างหาก เรียกได้ว่าพ๊อกเก็ตบุ๊กเล่มนี้เป็น ตำราประเภท Khow-How การขายข้าวไข่เจียวที่สีลมกันเลยทีเดียว เด็กอ่านได้ผู้ใหญ่อ่านดีครับเล่มนี้ นอกจะมีความเปิ่นๆ ของ 4 สาวแล้วยังมีความรู้เกี่ยวกับการค้าขายที่ถ่ายทอดมาจากของจริง อุปสรรค ปัญหาต่างๆ แก้ไขกันยังไง จะกำไร หรือขาดทุน ลองไปอ่านกันดูนะจ๊ะ :)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sawanpark.com/blog/?feed=rss2&amp;p=139</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ร้อยโลแล้วคร๊าบบบบบบ</title>
		<link>http://www.sawanpark.com/blog/?p=130</link>
		<comments>http://www.sawanpark.com/blog/?p=130#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Oct 2008 15:21:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lightty ^^</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Story]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sawanpark.com/blog/?p=130</guid>
		<description><![CDATA[ครบร้อยโลแล้วครับ ร้อยกิโลเมตรนะครับ มะช่าย! 100 กิโลกรัม ด้วยการรับรองจากสถาบัน Nike+ อิ อิ (ใครไม่รู้จักกลับไปอ่านเรื่อง Nike+ Sportband ) ผมเริ่มวิ่งที่ หนองสมบูรณ์ (อุทยานสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์) ด้วย Nike+ ตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย 51 ระยะเวลาที่วิ่งจนครบร้อย 100 km. ก็เกือบ 4 เดือนไม่ได้วิ่งทุกวันครับ เพราะขี้เกียจ เฮ้ย! เพราะติดงานมั่ง ฝนตกมั่ง หาเรื่องไม่ไปวิ่งมั่ง ฮ่า หลายคนอาจมีคำถามว่า แล้ว &#8230; แร้วลดน้ำหนักได้เท่าไหร่อ่า ขอตอบเลยว่า น้ำหนักยังคงเท่าเดิม เพราะยังคงกินเท่าเดิม ผมว่าถ้าจะลดน้ำหนักจริงๆ มันต้องควบคุมอาหารด้วยถึงจะได้ผล แต่ สำหรับผมจะลดเมื่อไหร่ก็ได้ (อิ อิ มีคุย) ตอนนี้ขอตามเทรน เพราะหนุ่มๆ สมัยนี้ต้องไว้พุง จะได้เหมือนเสี่ย ฮ่า รับรองโดยสถาบัน Nike+ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ครบร้อยโลแล้วครับ ร้อยกิโลเมตรนะครับ มะช่าย! 100 กิโลกรัม ด้วยการรับรองจากสถาบัน Nike+ อิ อิ (ใครไม่รู้จักกลับไปอ่านเรื่อง <a href="http://www.sawanpark.com/blog/?p=6" target="_blank">Nike+ Sportband </a>)</p>
<p>ผมเริ่มวิ่งที่ หนองสมบูรณ์ (อุทยานสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์) ด้วย Nike+ <span id="more-130"></span>ตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย 51 ระยะเวลาที่วิ่งจนครบร้อย 100 km. ก็เกือบ 4 เดือนไม่ได้วิ่งทุกวันครับ เพราะขี้เกียจ เฮ้ย! เพราะติดงานมั่ง ฝนตกมั่ง หาเรื่องไม่ไปวิ่งมั่ง ฮ่า หลายคนอาจมีคำถามว่า แล้ว &#8230; แร้วลดน้ำหนักได้เท่าไหร่อ่า ขอตอบเลยว่า น้ำหนักยังคงเท่าเดิม เพราะยังคงกินเท่าเดิม ผมว่าถ้าจะลดน้ำหนักจริงๆ มันต้องควบคุมอาหารด้วยถึงจะได้ผล แต่ สำหรับผมจะลดเมื่อไหร่ก็ได้ (อิ อิ มีคุย) ตอนนี้ขอตามเทรน เพราะหนุ่มๆ สมัยนี้ต้องไว้พุง จะได้เหมือนเสี่ย ฮ่า</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-131" title="100km" src="http://www.sawanpark.com/blog/wp-content/uploads/2008/10/11.gif" alt="" width="500" height="254" /><br />
รับรองโดยสถาบัน Nike+ เหอๆ</p>
<p>ปล. วันนี้เน็ทเดี้ยงทั้งวัน กว่าจะใช้ได้ก็ปาไป 3 ทุ่ม เกือบจะลงแดง ถ้าโลกนี้ไม่มีเน็ทจะอยู่ได้ไม๊เนี่ยตรู - -!</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sawanpark.com/blog/?feed=rss2&amp;p=130</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
